กระชายดำ สมุนไพรไทย พืชมหัศจรรย์
สรรพคุณ
·
บำรุงฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ชายเหนือชาย
·
กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย
·
บำรุงกำลัง
·
เป็นยาอายุวัฒนะ ชลอความแก่
·
ขับลม ขับปัสสาวะ
·
แก้โรคกระเพาะอาหาร
·
แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
·
บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ
วิธีใช้
-
ใช้รากเหง้า (หัวสด)
ดองสุราขาวดื่มก่อนรับประทานอาหารเย็น ปริมาณ
30
ซีซี.
-
ผู้ที่ดื่มสุราไม่ได้
ให้ฝานเป็นแว่นบางๆ แช่น้ำร้อนดื่มทุกวัน หรือจะดองกับน้ำผึ้งก็ได้
ปริมาณการผสม
·
หัวสด ใช้ประมาณ
4-5
ขีด ต่อสุราขาว
1
ขวด
·
หัวแห้ง บดเป็นผงละเอียด ผสม น้ำผึ้ง พริกไทยป่น กระเทียมผง
บอระเพ็ดผง
ในอัตราส่วน
10 : 5 : 2 : 1 : 0.5
หรือดองกับสุราขาว ในอัตราส่วน
30
กรัม ต่อสุราขาว
1ขวด
หรือใช้หัวสดหรือหัวแห้งก็ได้ ดองกับน้ำผึ้ง ในอัตราส่วน
1:1
ทานทุกวัน
บำรุงกำลังดีนักแล...
ข้อมูลทั่วไป
กระชายดำมีลักษณะหัว กลิ่น
รสชาด ไม่เหมือนกับกระชายเหลือง คือกระชายดำจะมีกลิ่นฉุนและแรงกว่า
จึงเหมาะจะใช้ทำเป็นยาสมุนไพรมากกว่าทำอาหารครับ.
"กระชายดำ"
(เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง
อยู่ในตระกูล ZINGIBERACEAE)
กระชาย มี 3
ชนิด
คือ
1.กระชายเหลืองหรือกระชายขาว
2.กระชายแดง
3.กระชายดำ
กระชายเหลืองและกระชายแดงนิยมใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร
ส่วนกระชายดำใช้เป็นสมุนไพร
เมื่อผ่าเหง้าหัวออกดูจะมีสีม่วงคล้ำ
มีกลิ่นคล้ายกระชายทั่วไป(แต่ฉุนกว่า)
ลักษณะใบและลำต้นเหมือนกระชายเหลืองและกระชายแดง
แต่ขอบใบและก้านใบอาจมีสีม่วงแกมเล็กน้อย
เดิมชาวเขาเผ่าม้งนำกระชายดำเข้ามาปลูกในอำเภอด่านซ้ายและอำเภอนาแห้ว
เพื่อใช้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน ต่อมามีการขยายพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ
จนมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น
"กระชายดำ"
มีสรรพคุณทางยาดังนี้ คือ รากเหง้า
เป็นยาขับปัสสาวะ,
ขับลม,
แก้บิด,
แก้ท้องอืดเฟ้อ,
แก้โรคกระเพาะอาหาร
โดยใช้รากเหง้าดองกับสุราขาว หรือนำไปตากแห้งแล้วบดเป็นผงใช้ผสมน้ำสุกรับประทาน
หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดประมาณเม็ดพุทรารับประทานทุกวันเป็นยาอายุวัฒนะ,
กระตุ้นประสาททำให้กระชุ่มกระชวย และเป็นยาบำรุงกำลัง
ข้อมูลทางวิชาการ
ชื่อพื้นเมือง :
กระชายดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Boesenbergia pandurata (Roxb.)
ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน
รากสะสมอาหารมีลักษณะเป็น
ปุ่ม ๆ ไม่ยาวเป็นหางไหลเหมือนกับกระชาย ธรรมดา
ขณะต้นเล็ก จะมีแต่รากและรากนั้นเองจะเปลี่ยนเป็นหัวเมื่อโตขึ้น
เนื้อในหัวอาจเป็นสีม่วงหม่นหรือสีดำดังผลลูกหว้า
แต่ถือกันว่ากระชายดำที่มีคุณสมบัติที่ดีต้องสีดำสนิท ใบ
เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับคล้ายกระชายธรรมดา
แต่มีใบใหญ่และเขียวเข้มกว่าผลิแทงม้วนเป็นกรวยขึ้นมาจากราก ไม่มีต้น ดอก
จะออกดอกจากยอดของต้น ช่อละหนึ่งดอก มีใบเลี้ยงที่ช่อดอก ริมปากดอกสีขาว
เส้นเกสรสีม่วง และเกสรมีสีเหลือง
การขยายพันธุ์ :
ใช้วิธีการแบ่งเหง้า และโดยการใช้หัวหรือเหง้าปลูก
ฤดูกาลขยายพันธุ์
:
ทำได้ทั้งปี ชอบที่ร่ม
ดินร่วนซุยหรือดินปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี
วิธีการปลูก :
ปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว ประมาณ
50 - 60
ซม.
ระยะระหว่างต้นประมาณ 30
ซม. รดน้ำพอชุ่มอย่าให้แฉะ หากปลูกในที่โล่งแจ้ง
ควรหาสะแลน หรือหาวัสดุมุงเนื่องจาก กระชายดำ จะขึ้นได้ดีในที่ร่มแดดรำไร
ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์อื่นก็ได้ การใส่ปุ๋ยให้ห่างจากรากเหง้าพอควร
ระยะเวลานับจากปลูกถึงเก็บเกี่ยว
: 10 - 12
เดือน
แหล่งข้อมูล
วารสาร ธ.ก.ส. ,
หนังสือสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จ
,
วารสารสมุนไพร ,
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (คอลัมน์รายการเกษตรรู้ไว้ใช่ว่า)
,
หมอยาสมุนไพรชาวบ้าน ,
สถาบันการแพทย์แผนไทย ,
เครือข่ายหมอเมืองภาคเหนือ
,
หนังสือพิมพ์มติชน ,
สถาบันราชมงคลลำปาง
|
·
การปลูกกระชายดำ :- |
|
|
วิธีปลูกกระชายดำ
จะใช้ หัวพันธุ์,
ต้นพันธุ์
หรือแบ่งเหง้าจากต้นที่เติบโตสมบูรณ์แล้ว นำมาปลูก
สามารถปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับหรือปลูกรวมกับว่านชนิดอื่น
ๆ
ในลักษณะของรังว่านก็ได้ กระชายดำเป็นพืชที่ปลูกง่าย
ขึ้นได้ดีในดินที่ระบายน้ำได้ดี มีอินทรีย์วัตถุสูง ควรเป็นดินร่วนปนทรายเช่น
ดินขุยไผ่ ชอบที่ร่มแสงร่มรำไร การดูแลรักษาก็ง่าย
แค่รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าให้แฉะ
ดายหญ้าและคอยกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตามสมควร
หรือหากดินที่ปลูกอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วอาจไม่ต้องใส่ปุ๋ยเลยก็ได้
ส่วนแมลงรบกวนนั้นเท่าที่ทราบมาก็มีแต่หอยทากเท่านั้นที่จะมากินใบของกระชายดำ
ปัญหาที่พบมากคือเมื่อมีน้ำท่วมขังหรือฝนตกชุกมาก เหง้าของกระชายดำจะเน่า
แต่การยกร่องก่อนปลูกจะช่วยได้มาก หากพื้นที่ที่จะปลูกเป็นที่ลาดชัน
(slope)อาจไม่ต้องยกร่องก็ได้
ฤดูปลูก
ปลูกได้ทั้งปี
แต่ฤดูปลูกที่เหมาะสมอยู่ในระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
การเตรียมหัวกระชายดำสำหรับปลูก
หัวกระชายดำหัวหนึ่งจะมีหลายแง่ง
ให้บิ(หัก)ออกมาเป็นแง่งๆ ถ้าแง่งเล็กก็
2-3
แง่ง ถ้า
แง่งใหญ่สมบูรณ์ก็แค่แง่งเดียวก็พอ เพราะเมื่อกระชายดำโตขึ้น
กระชายดำก็จะแตกหน่อ
และเกิดหัวกระชายดำหัวใหม่ขึ้นมาแทน และจะขยายหัวและหน่อออกไปเรื่อยๆ
จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
ส่วนหัวหรือแง่งที่ใช้ปลูกในตอนแรกจะเหี่ยวและแห้งไปในที่สุด
ก่อนนำไปปลูก
ควรทารอยแผลของแง่งกระชายดำที่ถูกหักออกมาด้วยปูนกินหมาก
หรือจะจุ่มในน้ำยากันเชื้อราก็ได้ แล้วผึ่งในที่ร่มจนหมาดหรือแห้ง
แล้วจึงนำไปปลูก(น้ำยากันเชื้อรามีจำหน่ายตามร้านเคมีภัณฑ์การเกษตรทั่วไป
ขวดเล็กๆราคาไม่ถึงร้อยบาทก็มี)
การปลูกลงในกระถาง
ควรใช้กระถางที่มีขนาดกลาง -ใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
15 - 18
นิ้ว เพื่อให้มีพื้นที่ในการขยายหัวหรือเหง้า
ใส่วัสดุปลูกให้มาก ๆ ประมาณ
3
ใน
4
ส่วนของกระถาง (ปุ๋ยคอก
1
ส่วน/ดิน
2
ส่วน)
จะทำให้ได้หัวที่มีคุณภาพและมีปริมาณหัวต่อต้นมาก
การปลูกในกระถางควรใช้หัวหรือเหง้า ประมาณ
3 - 5
หัว(แง่ง)
แล้วแต่ขนาดของกระถาง
การปลูกลงแปลง
ต้องเตรียมแปลงปลูก
โดยการพรวนดินตากแดดทิ้งไว้นาน
5 - 7
วัน เพื่อปรับสภาพดิน ยกร่องกว้างประมาณ
1.50
เมตร
ขุดหลุมลึกประมาณ
10 - 15
ซม.ใส่ปุ๋ยคอกให้พอเหมาะ แล้วทำการปลูก
ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวประมาณ
30 X 30
ซม. ใส่หัวหรือเหง้า
2 -3
หัว(แง่ง)
ต่อหลุม แล้วกลบหลุมรดน้ำให้ชุ่ม
การปลูกในไร่
(กรณีปลูกปริมาณมากๆ)
การเตรียมดิน
ควรไถ
2
ครั้ง
ครั้งแรกไถพรวนเพื่อย่อยดิน ทำการยกร่องปลูก ระหว่างต้นประมาณ
25 - 30
ซม.
ก่อนปลูกควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินในอัตรา
200 - 400
กก./ไร่ ทิ้งไว้ประมาณ
15
วัน วิธีการปลูกก็โดยฝังเง้าหรือหัวพันธุ์ลงในหลุมปลูกลึก ประมาณ
5 - 10
ซม.ในพื้นที่
1
ไร่ จะใช้เหง้าพันธุ์ประมาณ
160 - 200
กก.
การดูแลรักษา
เมื่อต้นกระชายดำอายุได้
1
เดือน
ควรดายหญ้ากำจัดวัชพืชพร้อมทั้งใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา
1,000
กก./ไร่
ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีเพราะจะทำให้หน่อกระชายดำที่เกิดใหม่ยาว
และสีของหัวกระชายดำไม่ดำ
ทำให้คุณภาพเปลี่ยนไป และเมื่อต้นกระชายดำอายุได้
2
เดือน
ให้พรวนดินกลบโคนต้นควรมีการปลูกซ่อมในหลุมที่ไม่งอก
การเก็บเกี่ยว
เมื่อกระชายดำอายุได้
10 -12
เดือน
สังเกตจากใบและลำต้นจะเริ่มเหี่ยวแห้งและหลุดออกจากต้น ระยะนี้ คือ
ระยะพักตัวของกระชายดำเพราะจะทำให้กระชายดำมีโอกาส
ได้สะสมอาหารและตัวยาได้เข้มข้นอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะขยายพันธุ์ต่อไป
จึงเป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้ดี ทำให้ได้กระชายดำที่มีคุณภาพดี
กระชายดำที่ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอนาแห้ว - อำเภอภูเรือ จะได้รับผลผลิตประมาณ
650 - 900
กก./ไร่

การเก็บรักษาพันธุ์
กระชายดำที่แก่จัดจะมีอายุประมาณ
11 - 12
เดือน
หัวจะต้องสมบูรณ์ อวบใหญ่ปราศจากเชื้อโรค เก็บไว้ในที่แห้งและเย็นนาน ประมาณ
1 - 3
เดือน จึงจะนำไปปลูกต่อได้
แหล่งข้อมูล
เกษตรกรผู้มีประสบการณ์
,
หมอยาสมุนไพรชาวบ้าน
|
|
ความแตกต่างระหว่างกระชายดำ(ดำแท้)กับกระชายม่วง
|
|

กระชายดำ(ดำแท้) จะมีใบเขียวเข้มกว่าและเรียวยาวกว่า
ส่วนใบของกระชายม่วงนั้น(รูปขวา) จะสีเขียวอ่อนและปลายค่อนข้างมน
|

ที่ใต้ใบและที่ขอบใบของกระชายดำ(ดำแท้)
จะมีสีม่วงแกมขึ้นมามากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
ส่วนที่ขอบใบและใต้ใบของกระชายม่วงนั้น(รูปขวา)
จะมีสีม่วงแกมเล็กน้อยหรือบางต้นอาจจะไม่มีเลยก็ได้
|
|

หัวกระชายดำ(ดำแท้)
เวลาฝานออกมา เนื้อในจะมีสีม่วงคล้ำไปจนถึงสีดำสนิท
|

หัวกระชายม่วง
เมื่อฝานออกมา จะมีสีชมพูอ่อนปนน้ำตาล
เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ
|
|
อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าลักษณะภายนอกของต้นกระชาย
จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าต้นใหนคือกระชายดำ(ดำแท้)
และต้นใหนคือกระชายม่วง
เพราะลักษณะภายนอกของต้นกระชายดำจะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม
เช่น เมื่อนำหัวพันธุ์กระชายดำ(ดำแท้) ไปปลูกในที่แห่งใหม่ที่ไม่ใช่เขต
อ.ภูเรือ
หรือ อ.นาแห้ว จ.เลย แล้ว ที่ใต้ใบหรือที่ขอบใบของกระชายดำ
อาจไม่มีสีม่วงให้เห็นเลยก็ได้
แต่ใบยังคงเป็นสีเขียวเข้มและเรียวยาวเหมือนเดิม
และเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว
เมื่อฝานหัวกระชายออกมาดูก็ยังเป็นกระชายดำอยู่ดี
ดังนั้นหากท่านใดอยากได้กระชายดำที่เป็นดำแท้จริงๆ
ก็ควรจะหาหัวพันธุ์ที่เป็นดำแท้ไปปลูก
จะทำให้มั่นใจว่าต้นกระชายที่งอกขึ้นมาใหม่นั้น เป็นกระชายดำ
สายพันธุ์ดำแท้จริงๆ
|